การขอเอาประกันภัย

   สำหรับการประกันภัยการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้น มีแนวทางในการขอเอาประกันภัย ดังนี้

    1. ควรเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะสมกับประเภทของสินค้า กล่าวคือ สินค้าโดยทั่วๆ ไปที่มีการบรรจุหีบห่อ เงื่อนไขความคุ้มครองมักใช้เงื่อนไขแบบมาตรฐานที่เรียกว่า Institute Cargo Clauses ซึ่งมีให้เลือก 3 เงื่อนไขด้วยกัน คือ
    เงื่อนไข “A” สำหรับการคุ้มครองที่กว้างที่สุด
    เงื่อนไข “B” สำหรับการคุ้มครองอุบัติเหตุที่ร้ายแรง เช่นรถคว่ำ เรือชนกัน เกยตื้น ไฟไหม้ และรวมถึงความเสียหายจากการเปียกน้ำด้วย
    เงื่อนไข “C” คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่ร้ายแรงเท่านั้น

        อย่างไรก็ดี สำหรับสินค้าบางประเภทการเลือกใช้เงื่อนไข Institute Cargo Clauses แบบหนึ่งแบบใดอาจจะไม่เหมาะสม ควรเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองที่ร่างขึ้นสำหรับสินค้านั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกรวมๆ ว่าเงื่อนไขพิเศษ (Trade Clauses) เช่น

    Bulk Oil Clauses สำหรับคุ้มครองน้ำมันที่บรรทุกในเรือบรรทุกน้ำมัน
    Institute Frozen Foods Clauses สำหรับสินค้าที่แช่แข็ง
    Institute Frozen Meat Clauses สำหรับสินค้าที่เป็นเนื้อแช่แข็ง
    Institute Coal Clauses สำหรับคุ้มครองถ่านหิน

    2. ควรระบุให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตลอดเส้นทางของการขนส่ง เช่น คลังสินค้าของผู้ซื้อสินค้าสมมติว่าตั้งอยู่ในเชียงใหม่ สินค้านำเข้ามาจากฮ่องกงซึ่งเรือสินค้าจะต้องเข้าเทียบท่าเรือกรุงเทพฯ ก่อนขนส่งต่อภายในประเทศไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จึงควรระบุในกรมธรรม์ให้ความคุ้มครอง เริ่มจากฮ่องกงผ่านกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ (From Hongkong via Bangkok to Chiengmai)
    3.ควรพิจารณาดูว่าสัญญาซื้อขายเป็นเงื่อนไขแบบใด ถ้าเป็นสัญญาซื้อขายแบบ C.I.F. ในกรณีที่เป็นสินค้าส่งออกจะต้องตรวจดูเงื่อนไขของ L/C ที่ผู้ซื้อสินค้าระบุมาว่าให้ใช้เงื่อนไขความคุ้มครองแบบใด ถ้าผู้ซื้อระบุการคุ้มครองที่กว้างกว่าประเพณีนิยมของการซื้อขายชนิดนั้น ผู้ซื้อมีหน้าที่รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปกติ
    4. ควรพิจารณาทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยภายในประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นสินค้านำเข้าเพราะนอกจากจะเป็นการสงวน เงินตราไว้ภายในประเทศ ได้ส่วนหนึ่งแล้วในกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายหรือสูญหาย ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากบริษัทประกันภัยในประเทศ จะสะดวกรวดเร็วกว่าการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยซึ่งตั้งอยู่ต่างประเทศ
    5. ควรมีข้อมูลและรายละเอียดสำหรับทำประกันภัย ดังนี้
    - ชื่อผู้เอาประกันภัย
    - ชื่อและประเภทของสินค้าที่เอาประกันภัย
    - จำนวนเงินเอาประกันภัย
    - เส้นทางการขนส่ง ควรระบุเมืองต้นทาง และเมืองปลายทางให้ชัดเจนในกรณีที่มีการถ่ายลำจะต้องระบุเมืองท่าที่มีการถ่ายลำด้วย
     - เงื่อนไขความคุ้มครองที่ต้องการ ภายหลังจากที่สินค้าขึ้นเรือเรียบร้อย จะต้องแจ้งข้อมูลให้บริษัททราบเพื่อออกกรมธรรม์ ดังนี้
    - ชื่อเรือหรือยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้า ชื่อเรือที่มีการถ่ายลำ (ถ้ามี)
    - วันที่เรือออกเดินทาง
    - ชื่อเมืองท่าต้นทางและปลายทาง
    - จำนวนหีบห่อและเครื่องหมายบนหีบห่อ

  1.  
    1. Letter of Credit
    2. ใบกำกับสินค้า (Commercial Imvoice)
    3. ใบตราส่ง (Bill of Lading)
      1. สำรวจสภาพสินค้าในทันทีทุกครั้งก่อนรับมอบสินค้า
      2. ถ้าพบสินค้าเสียหาย/สูญหาย ให้ผู้ขนส่ง/ผู้รับฝากสินค้า ออกหลักฐานระบุความเสียหายหรือทำเป็นหมายเหตุลงในใบรับสินค้า
      3. กรณีขนส่งด้วยตู้ลำเลียง (Container) ต้องตรวจว่า ตู้ลำเลียง และ Seal มีสภาพเรียบร้อยถูกต้อง ถ้าตู้ลำเลียงหรือ Seal เสียหาย/สูญหาย หรือเป็น Seal อื่นต้องแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักฐาน
      4. ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทันที
      5. กรณีไม่พบความเสียหายขณะรับมอบ แต่พบในภายหลังต้องทำหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 3 วัน นับจากวันรับมอบสินค้า
      6. ในทุกกรณีเมื่อพบสินค้าเสียหาย/สูญหาย รีบแจ้งให้ผู้ประกันภัยทราบในทันที
  2. เอกสารที่ใช้ประกอบในการขอเอาประกันภัย


    ข้อแนะนำในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

       ในกรณีที่เกิดความสูญเสีย และ/หรือความเสียหายที่อาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องได้ เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย และ/หรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัย พึงจะต้องปฏิบัติดังนี้    นอกจากนี้ การจัดเตรียม และส่งมอบหลักฐาน และเอกสารประกอบในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ครบถ้วนจะช่วยให้ การพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสามารถดำเนินการไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว

    หลักฐานในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

    1. หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน Claim Bill
    2. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง Original Marine Insurance Policy
    3. ใบกำกับสินค้าและใบแสดงการบรรจุหีบห่อ Invoice & Packing List
    4. ใบตราส่งสินค้า Bill of Lading
    5. หลักฐานแสดงความเสียหาย เช่น Survey Report, Wharf Survey Note, Shortlanded Cargo List
    6. หลักฐานหรือเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น Charter Party, Sale Contract, Stowage Plan
    7. สำเนาหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายถึงผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมหนังสือตอบจากผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ที่มา : เว็บไซต์ของกรมการประกันภัย http://www.doi.go.th/

Comment

Comment:

Tweet

Folks you have helped all grads who are searching for reliable online writing companies. Have never discovered such thorough custom papers review (best-writing-services.com) than those suggested on your on the home page of your online resource.

#3 By Web site (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-08-04 16:19

Prices for academic papers set due to customers' necessities. Guys order hundreds of custom papers lastly. Thus, we have to expect high costs. But, I guess, it is available to notice the research paper writing service , which will be able to provide good costs for term papers.

#2 By writing papers (193.105.210.41) on 2011-08-20 02:56

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรม โครงการประกวดโครงการธุรกิจโลจิสติกส์ครับ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โดยหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต/ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการด้านโลจิสติกส์(สหสาขาวิชา/นานาชาติ) บัณฑิตวิทยาลัย) ร่วมกับ DHL (ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย) เชิญนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศร่วมส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดในโครงการ Logistics Business Plan Challenge 2010 ในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
1. Green Logistics : โลจิสติกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม
2. Logistics for SME : โลจิสติกส์เพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
3. E–Logistics : โลจิสติกส์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อชิงเงินรางวัล(รวมมูลค่า 120,000 บาท)พร้อมเกีรยติบัตร และโอกาสเข้าร่วมงานกับ DHL

โดยนิสิต นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมประกวดโครงการ สามารถเข้ารับฟังเงื่อนไขและกติกาการประกวดได้ในวันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 13:00 - 16:00 น. ณ ห้อง 201 ชั้น 2 อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02 345 5558
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่
Facebook : www.facebook.com/logisticsplan
Twitter : @logisticsplan,
MSN : logisticsplan@ hotmail.com
หมดเขตส่งผลงานภายในวันที่ 17 สิงหาคม 2553 เวลา 17:00 น.
(โดยสามารถส่งผลงานได้ที่
e-mail: logisticsplan@hotmail.com
หรือส่งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ได้ที่
Logistics Business Plan Challenge 2010 Project
DHL Express International (Thailand) Limited
175 Sathorn City Tower, Floor 7/1 & 8/1
South Sathorn Road
Khwaeng Thungmahamek, Khet Sathorn,
Bangkok 10120)

http://smallarea.exteen.com

#1 By Brit on 2010-07-05 14:16